ขณะนี้ท่านอยู่ที่หน้า : อนุสรณ์สถานแห่งชาติ / อาคารประกอบพิธี / ข้อมูลอาคารประกอบพิธี / กระจกสลับสี แสดงภาพมงคล ๘ ประการ ในศาสนาพราหมณ์   (กลับหน้าหลัก)
  กระจกสลับสี แสดงภาพมงคล ๘ ประการ ในศาสนาพราหมณ์
 
    ภาพมงคล ๘ ประดับบนบานกระจกข้างหน้าต่างของอาคารประกอบพิธี   ด้านละ ๘ ภาพ ซึ่งเป็นภาพที่เหมือนกันทั้ง ๒ ด้าน เรียงลำดับจากซ้ายไปขวา มงคลทั้ง ๘ ประการ มีตำนานในคัมภีร์ศาสนาพราหมณ์ 
 
ตระบอง หอยสังข์ กงจักร ธงสามแฉก 
ขอช้าง อุณหิส โคอุศภราช หม้อน้ำมนต์
ตระบองหรือคทาวุธ เกิดขึ้นโดยพระนารายณ์เป็นเจ้า ทรงพบเถาวัลย์บนยอดเขาพระสุเมรุ จึงถอนขึ้นมาบิดเถาวัลย์นั้น
ให้เป็นเกลียวรูปตระบอง แล้วนำขึ้นถวายท้าวมหาพรหม ต่อมาท้าวมหาพรหมได้นำขึ้นถวายพระอิศวรเป็นเจ้าเพื่อให้เป็น
เทพอาวุธคู่พระหัตถ์
สังข์ ในปางปฐมกัปป์พระอิศวรผู้เป็นเจ้า ทรงสร้างโลกและสรรพสิ่งต่าง ๆ โดยทรงมอบหน้าที่ให้ ท้าวมหาพรหมสร้าง
คัมภีร์พระเวทขึ้นไว้เป็นของคู่โลก เพื่อใช้มอบให้มนุษย์ใช้สั่งสอนสืบไป เมื่อท้าวมหาพรหมสร้างคัมภีร์พระเวทแล้ว จะนำ
ไปถวายพระอิศวร ระหว่างทางได้ลงสรงน้ำในมหาสมุทร โดยวางพระคัมภีร์ พระเวทไว้บนตลิ่ง ปรากฏว่า มีพรหมตนหนึ่ง
ซึ่งเป็นคู่อริกับท้าวมหาพรหม จุติจากพรหมโลกลงมาเกิดเป็นยักษ์หอยสังข์ ซึ่งสังข์อสูรลอบลักคัมภีร์พระเวท กลืนลงไป
ในท้อง พระนารายณ์ต้อง อวตารลงมาเป็นปลากรายทองที่ปางมัสยาวตาร ฆ่าสังข์อสูรตาย แล้วใช้พระหัตถ์ล้วงลงไปใน
ท้อง นำคัมภีร์พระเวทขึ้นมาถวายพระอิศวร จึงมีเทวะโองการว่าต่อไปผู้ใดจะทำการมงคล ให้ใช้สังข์เป็นเครื่องหลั่งน้ำมนต์
ประสาทพรให้เกิดสวัสดิมงคล เพราะสังข์นั้นประกอบด้วยมงคล ๒ ประการ คือ จุติมาจากพรหมโลก โดยเก็บพระคัมภีร์
พระเวทพระธรรมศาสตร์ไว้ และมีรอยพระหัตถ์พระนารายณ์ เป็นเจ้าประทับไว้
จักร เป็นเทพอาวุธของพระอิศวร และพระนารายณ์ผู้เป็นเจ้า ทำเป็นรูปแฉกเวียนขวาเป็นทักษิณาวรรษ แต่ละแฉกทำเป็น
สัญลักษณ์ แทนเทวดานพเคราะห์ คือ พระอาทิตย์ พระจันทร์ พระอังคาร พระพุธ พระพฤหัส-บดี พระศุกร์ พระเสาร์
พระราหู และพระเกตุ   
ธงสามชายหรือธงชัย  เป็นอิศวรราชูปโภคตรีธุช หรือธงสามชาย ให้เป็นเครื่องหมายแทนพระผู้เป็นเจ้าทั้งสาม หรือ
ตรีมูรติในศาสนาพราหมณ์ คือ พระอิศวร พระนารายณ์ และพระพรหมให้เป็นธงนำกองทัพเทพยดา เมื่อออกรบกับอสูร
   
ขอช้าง ตามตำนานกล่าวว่า มีช้างชื่อเอกทันตเกิดในป่าหิมพานต์ เป็นช้างที่ดุร้ายและมีฤทธิ์มาก เที่ยวกระทำร้ายเทวดา
และมนุษย์ไม่มีผู้ใดจะปราบปรามได้ พระนารายณ์ ผู้เป็นเจ้าจึงเสด็จไปปราบ โดยทิ้งเชือกมาศคล้องช้างเอกทันต์ได้
และนำพระแสงตรีปักลงบนพื้นดิน เนรมิตให้เป็นต้นมะตูมใหญ่ ผูกช้างเอกทันต์ไว้ แล้วหักกิ่งนั้นทำเป็นขอบังคับช้าง
เอกทันต์ ภายหลังได้มอบขอช้างนี้ให้เป็นเทพอาวุธของพระพิฆเนศวร  
   
อุณหิสหรือหญ้าแพรก   กำเนิดจากพญาอนันตนาคราช ซึ่งขดตัวเป็นที่บรรทมของพระนารายณ์ในเกษียรสมุทรช้านาน
เข้า หนวดของพญานาคงอกยาวออกมา และหลุดลอยไปติดตามริมฝั่งของมหาสมุทรกลายเป็นหญ้าแพรก ต่อมาได้มีผู้นำ
หญ้าแพรกมาดัดเป็นสายสิญจน์ และทำเป็นมงคลครอบหน้าหรืออุณหิส
   
โคอุศุภราช หรือโคนนทิ เป็นพาหนะ แห่งองค์พระอิศวร พราหมณ์จึงเคารพนับถือมากถือว่าเป็นพระผู้เป็นเจ้าองค์หนึ่ง  
   
หม้อน้ำมนต์ ถือว่ามีลักษณะแห่งพระถันยุคลขององค์พระอุมาภควติ พระมเหสีของพระอิศวร ผู้เป็นเจ้า เป็นเทพมารดา
ของโลก จึงจำลองรูปมาทำเป็นหม้อน้ำมนต์
 
สนใจรายละเอียด มีความประสงค์ที่จะดูภาพกระจกสลับสีที่สวยงาม  
เชิญมาชมได้ที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ ค่ะ
 
อนุสรณ์สถานแห่งชาติ เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00 - 15.00 น. เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ โดยไม่เสียค่าเข้าชม การมาเป็นหมู่คณะกรุณาแจ้งล่วงหน้า โทร./โทรสาร 0 2533 8467, โทร. 0 2532 1021
 
Home
กองประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑ์ทหาร กองบัญชาการสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ (กปพ.บก.สปท.)
9 หมู่ 16 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี 12130 โทร./โทรสาร 0 2533 8467 หรือ โทร. 0 2532 1021